ละ กิ เลส ... ยาก ฤ ง่าย?

posted on 30 Oct 2010 10:21 by vitcumlang2

 

วันนี้ จู่ๆ ก็อยากอ่านเรื่องธรรมมะของท่านติช นัท ฮันห์ ขึ้นมาซะงั้น
เลยได้เข้าไปดูในเวบหมู่บ้านพลัมประเทศไทย (ที่แอบเก็บเป็นเฟบเวอริทไว้)
เห็นแว่บตอนหนึ่ง ประมาณว่า จะปฏิบัติธรรมตามรอยพระพุทธเจ้า Smile

สมองบ้าๆ ก็คิดออกมากว่า การละกิเลสในยุคนี้ กับ ยุคสมัยพระพุทธเจ้า
ยุคไหนยากกว่ากัน ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? Laughing

เนื่องจากยุคสมัยของพระพุทธเจ้านั้น จะพูด ก็พูดได้ว่า คนยังไม่มีศาสนา
มีแต่กษัตริย์  ทาส  ทำงาน  พ่อแม่ลูก  อะไรๆ ก็ตามที่ไม่มีหลักคิดในการทำดี ทำชั่ว
คนก็เติบโต อบรมกันตามมีตามเกิดตามประสบการณ์ของพ่อแม่แต่ละครอบครัว

ส่วนยุคสมัยปัจจุบัน ก็มีแนวทางปฏิบัติให้เห็น บอกได้ว่าชัดเจนเลยก็ว่าได้
แล้วกิเลสก็สามารถเข้าถึงตัวได้ง่ายกว่าสมัยก่อน ทั้งการคมนาคมที่สะดวกกว่า
รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต และระบบเชื่อมต่อโซเชียลเนตเวิร์ค

มีใครตอบได้หรือป่าวครับว่า ยุคไหน ละกิเลส ได้ง่ายกว่ากัน ?????? Laughing

 

 

 

ความคิดส่วนตัว (เนื่องจากไม่สามารถทราบคำตอบที่ถูกต้องได้) Innocent

จะยุคไหนๆ การละกิเลสนั้น มันก็ยากไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ครับ
ก็ใช่  ถ้าจะแย้งว่าการดำเนินชีวิตของมนุษย์แต่ละยุคสมัยแตกต่างกันมากๆ
แต่ที่สุดแล้ว มันก็คือหนทางการดำเนินชีวิตของสัตว์ประเภทหนึ่ง
ที่ดำเนินชีวิต และวิวัฒฯ มาตามกฎที่ธรรมชาติ (ผู้ที่เป็นทุกอย่าง) กำหนดไว้แล้ว

แนวทางคำสอนที่ใกล้เคียง และเปรียบเทียบได้ชัดมากขึ้น
ก็คือบทความ บรรพบุรุษในตัวเรา ใน link ข้างล่างนี้
http://www.thaiplumvillage.org/dharmatalk_tnh_510713_01.html

 

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การละกิเลสจากชีวิตทางโลก
จะว่ายาก ก็ยากเหมือนกัน ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน
จะว่าง่าย ก็ง่ายเหมือนกัน ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน

อยู่ที่ตัวเราเอง ว่าจะกำหนดให้การละกิเลสนั้น มันยาก หรือว่าง่าย.... Cry

 

บทคร่าวๆ จากที่ผมชมเพียงรอบเดียวเท่านั้น

เนื่องจากความประทับใจ และอารมเข้าถึงภาพยนต์มีมากจนไม่อาจเก็บความสุขไว้ได้อย่างล้นพ้น

กวน  มึน  โฮ

 
  • ฉากเพื่อนมาส่งที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ
-     มันอยู่ไหนวะ เพื่อนเปิดประตูหลังรถ โยน พาสปอร์ต ให้ เที่ยวหนุกนะโว้ย ไปพวกเรา ห้องไอ่....
  • ฉากนางเอก
-     ไม่ต้องเป็นห่วง เค้าไปได้  นางเอกบอกแฟนที่มาส่งสนามบิน
  • ฉากพบไกด์
-     รอสักครู่นะคะ เหลือลูกทัวร์อีกหนึ่งท่าน-     รออะไรอยู่เหรอครับ เด๋วก็ตกเครื่องกันพอดี
  • ฉากเลื่อนๆ  พระเอก นางเอกคุยโทรศัพท์
-     เสือกเขียนไรไว้ที่หัวกู พวกมึงเล่นอะไรกันเนี่ย -     (นางเอกหัวเราะ) หัวเราะเหี้ยไร-     นี่แก ชั้นบอกพี่.... ว่าชั้นไปเกาหลีกับแก แกต้องทำให้เนียนนะ โอเคป่ะ?-     กูไม่โอเคโว้ย! กระเป๋าเสื้อผ้ากู ก็อยู่บนรถไอ่..... ตั้ง 6 วัน กูมีกางเกงในตัวเดียวเนี่ย กูจะทำยังไง
  • ฉากบนเครื่องบิน
-     พระเอกนอนไม่หลับ ชันเข่ากระแทกเบาะนางเอกข้างหน้า-     สายตามาคุ มองผ่านช่องเก้าอี้กลับมา พระเอกหันไปดุเด็ก น้อง อย่าเอาเท้าไปถีบเบาะพี่เค้าสิครับ พี่เค้าตื่นเลยเห็นไม๊-     เด็กร้องให้แม่งเลย-     เดินทางถึงโซล แอร์ ประกาศ อากาศ 3 องศา-     ทุกคนแต่งตัวพร้อม เด็กลืมผ้าห่ม พระเอกขโมยผ้าห่มมาใช้
  • ฉากสนามบินเกาหลี   ประตูทางเข้า ขึ้นตัวหนังสือ GTH present
-     พระเอกเดินขึ้นรถ ด้วยสายตาไกด์ มองแปลกๆ-     นางเอกขึ้น taxi ไป
  • ฉากบนรถทัวร์ และ taxi สลับกันไปมา
-     พระเอกหลับหัวกระแทกกระจกรถทัวร์(หลายที) -     นางเอกตื่นเต้นกับเมืองโซล ใน taxi -     สลับกับชื่อหนัง กวน มึน โฮ
  • ฉากหน้าวัด
-     คณะทัวร์ถ่ายรูปกับแดจังกึม ไกด์พูด พร้อมนะค้า นึง ส่อง สั้ม กิมจิ!-     พระเอกถูกเรียกให้ถ่ายรูปให้คู่รัก ครึ่งตัว
  • ฉากนางเอกลง Taxi มาถึงร้าน coffee prince
-     และแล้วเราก็ได้มาถึงร้าน coffee prince กันแล้วนะคะ -     มุมนี้เป็นมุมที่.... จูบกับ.... ครั้งแรก  โรแมนติกมากกกกกก-     มาดูสิ ว่ามีพนักงานคนไหน เป็นผู้หญิงปลอมตัวมาหรือเปล่าเอ่ย-     ได้กาแฟ ลองชิมดูนะคะ ว่าจะเป็นยังไง  โอ๊ย ร้อน
  • ฉากหอคอยนำซาน
-     ไกด์แนะนำให้ใส่กุญแจคู่รัก ปากุญแจทิ้งไป-     พระเอกบอก ปาลงไป ไม่โดนคนข้างล่างเค้าไงวะ-     นางเอกก็เอากุญแจมาใส่คู่กับแฟนพร้อมกับโทรศัพท์บอกแฟน
  • ฉากรถทัวร์
-     ไกด์บอก นัดเวลาเจอกันพรุ่งนี้ ตื่นหกโมง กินข้าวเจ็ดโมง ล้อหมุนแปดโมง เป็น หก เจ็ด แปด
  • ฉากโรงแรมพระเอก
-     พระเอกเหนื่อยเอนตัวนอนบนเตียง ลุกไปเข้าห้องน้ำ  สงสัยปุ่มข้างโถ ลองกดดู  มีท่อน้ำมาฉีดใส่หน้า ตอนยืนฉี่-     เฮ้ย อ้าว เฮ้ย โถ่เว้ย ไอ้เหี้ย วู๊ โว้ยยยยย ถุยๆ
  • ฉากพระเอกใส่เสื้อคลุมเดินลงมาหาอะไรกิน
-     ป้าๆ  ว้อด อีส ดีส?  พิก? ชิกเก้น? บีฟ?   ป้าพยักหน้าหมดเลย-     แม่งเนื้ออะไรก็ใช่หมดเลยเว้ย แล้วนี่มันเนื้ออะไรเนี่ย?-     ป้าคนขายโชว์รูปภาพหมา ให้ดู พระเอกก็หันไปเห็น เนื้อหมาตั้งไว้อยู่หน้าร้าน-     อ้วกแตก
  • ฉากในซอย หน้าโรงแรม banana back pack
-     เดินเมามาจำทางกลับโรงแรมไม่ได้-     นางเอกช้อปปิ้งกลับมา ก้าวข้ามพระเอกที่นอนหลับอยู่-     นางเอกลงมาเอาเสื้อคลุมแล้วลากเข้าไปนอนหนุนรองเท้าตรงทางเข้าโรงแรม-     ตัดมาตอนเช้า ขอทาน เดินงุ่มง่ามมาแถวๆ รถทัวร์หน้าโรงแรม-     ฝรั่งงง พระเอกนอนหนุนรองเท้ามัน เลยเอาคู่อื่นมาให้หนุนแทน-     นางเอกดึงเสื้อคลุมคืน จนหงายท้อง-     พระเอกสะดุ้งตื่น ถามนางเอก ว๊อด ทาม? ยู  ว๊อด ทาม?-     นางเอก: ออลโมส เอ็ท โอ้คร่อก-     พระเอก:  เอ็ท โอ้คร่อก แปดโมง....ฉิบหายแล้ว  -     นางเอกคุณๆ นั่นเสื้อชั้น-     พระเอก: อ้าว คนไทย แล้วก็ไม่บอก ....... /.... คุณๆ รู้จักโรงแรมนี้ป่ะ ให้ดูโรงแรมที่เสื้อคลุม-     นางเอก:  อ๋อ รู้ ไม่ยากๆ เดินตรงเลี้ยวขวา เจอสี่แยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายตรงไป จะเจอร้านของที่ระลึก เซล50% ลงทางไปรถไฟใต้ดิน แล้วออกประตูสาม  ประตูสาม นะคุณ ไปประตูอื่นออกไปหลงล่ะก็ ชั้นไม่รู้ด้วยนะ พอออกประตูสาม จะเจอร้านขนมปลา แล้วตรงไปเลี้ยวขวา เลี้ยวซ้ายสองครั้ง ก็ถึง-     พระเอก: โห นี่คุณมีผัวเป็นเกาหลี ป่าวเนี่ย รู้ละเอียดขนาดนี้ ผมไปไม่ถูกหรอก-     นางเอก (หยิบโปสการ์ด):  นี่ไง นี่ ร้านค้า ลอดออกประตูสาม ขนมปลา ง่ายๆ -     พระเอก: เอางี้ คุณพาผมไปหน่อยดิ ผมมาครั้งแรกอ่ะ นะ-     นางเอกเดินไปกินหนมปลาไป พระเอก:  โห่ย คุณ เดินเร็วๆ หน่อยสิคุณ ไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจกันซะบ้างเล้ย-     ถึงแล้ว.... Embassy ไม่ใช่ Ambassador-     ขอทานเข้าไปนั่งในรถทัวร์แทนพระเอก กรี๊ดกันทั้งรถ 
  • ฉากเคาท์เตอร์โรงแรม
-     นางเอกช่วยสื่อสาร กับ reception ทัวร์ออกไปเมืองอื่นแล้ว สามวันจึงจะกลับมา-     พระเอก: วาย เดย์ โก? แอม เฮียร์  วาย  วาย  เฮ้ย ยู  กลับมาก่อน  ยู    -     นางเอก: สามวันเอง ถ้างั้น ชั้นไปแล้วนะ
  • ฉากทางเดิน
-     นี่คุณ ตามชั้นมาทำไมเนี่ย -     ผมก็ไปกับคุณไง (ยิ้ม) นะ นะ ขอผมไปด้วยนะ ผมเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก-     คุณอย่ามายุ่งกับชั้นอีกได้มั้ย-     ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพาผมไปผิดโรงแรม ผมก็ไปทันทัวร์ของผมแล้ว ไม่รู้ทำไมไม่บอก จะไม่รับผิดชอบอะไรหน่อยเหรอ  -     หรือว่าคุณเป็นแก๊งรีดไถ ปาเงินใส่ แล้ววิ่งหนีแม่งเลย วิ่งหนีพระเอกไปถึงรถไฟใต้ดิน-     พระเอกก็วิ่งตาม แต่โดนจับ -     จับกูทำไมเนี่ย ปล่อย คุณ คุณ ช่วยด้วย คุณ ช่วยด้วย หะ หะ เหี้ยไร กูเนี่ยต้อง หะ มึง -     นางเอกมาช่วยไว้  -     พระเอกขอไปด้วย อ้างว่า ไม่อยากกินหมาแล้ว เมื่อคืนเพิ่งกินหมามา (ฮา.....)-     นางเอกขำ
  • ฉากในรถไฟใต้ดิน
-     คุณมาคนเดียวเหรอ ติสท์เนอะ / คุณๆ ผมเหมือนไมเคิล แจ็คสันป่ะ / หนีแฟนมาเล่นชู้อ่ะดี๊-     นี่ชั้นอุตส่าห์พาคุณมานะ-     ให้พระเอกไปด้วยหนึ่งวัน
  • ฉากบนเรือข้ามฟาก
-          คุณเอาน้ำไม๊-          ไม่อ่ะ แฟนชั้นเคยบอกว่า ถ้าเอาเหรียญบาทใส่เข้าไปในน้ำอัดลม เหรียญหายไปเลยนะคุณ-          จิงดิ!  ทำไมอ่ะ?  มีคนไปหยิบไปเหรอ?  5555-          นางเอกกร่อย
  • ฉากเกาะนามิ
-     คุณๆ นามิ นี่มาจาก ฮานามิ ป่ะ -     มาตามรอยละครกันอีกแล้วใช่ไม๊เนี่ย อยากรู้จิงๆ ว่าถ้าประเทศนี้ไม่มีละคร มันจะมีอะไรเที่ยวไม๊เนี่ย-     คุณไม่เบื่อมั่งเหรอ พระเอกนางเอกทะเลาะกัน หรือว่า นางเอกปลอมตัวมา เจ้าฮะ เจ้าฮะ-     นั่นมัน ทัดดาวบุดซายา ย่ะ     -     ไม่ฮา.....นามิ สักหน่อยเหรอ / คุณนั่นรูปปั้นใครอ่ะ ผัวเมียเจ้าของเกาะเหรอ -     คิดว่าถ่อยแล้วเท่เหรอ?-     คุณๆ ทำอะไรอ่ะ (นางเอกยืนยิ้มให้หุ่นพระเอกเกาหลี) -     นางเอกบอก ถ้าอยากกลับก่อน ก็ไม่มีใครว่านะ-     คุณๆ ถ้าละครเค้าเอาหน้าตาแบบคู่นั้นมาให้คุณดู คุณจะยังโรแมนติกอยู่ป่ะ-     คนเค้ารักกัน เค้าก็แต่งตัวเหมือนกัน ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ยังน่ารักซะด้วยซ้ำ คุณนี่มันจะขวางโลกตลอดเลยนะ-     นี่ คุณ คุณคิดว่าไอ้เรื่องราวน้ำเน่าๆ มันจะมีจริงเหรอ-     นี่พระเอกเหรอ ผมก็ว่าเค้าก็หล่อดีนะ แต่เล่นแข็งไปหน่อย แข็งเป๊งเลย เป๊งๆ (เอาหัวชนด้วย)-     (พระเอกสวมรอยเป็นพระเอก) เอ่อ คุณน้องคนนั้นตามมาพี่มาถึงนี่เลย อ้อ ถ้ารักพี่เบยองจุน อย่าทานน้ำอัดลมนะคร้าบ วันก่อนเผลอทำเตารีดตกลงไป ปรากฏว่าหายไปทั้งอันเลย เนี่ยยังใส่เสื้อยับอยู่เลย ถ่ายรูปได้เลยคร้าบ เอานิ้วจิ้มแก้มหุ่น อุ๊ย!ๆ ขนจมูกโผล่ ยัดเข้าก่อนนะคับ ทำมือ Love พี่เบฯรักทุกคนเลย ผมเริ่มจะรักตัวเองขั้นมาซะแล้วนะเนี่ย ขอหอมแก้มที ขอกัดติ่งหูที แต่ฟันโดนหุ่นดัง แก๊ง!-     นางเอกหัวเราะชอบใจใหญ่
  • ฉากหน้าทางเข้า Jump
-          นางเอกซื้อตั๋วได้ แต่แค่ ใบเดียว เลยเดินออกมาบอกพระเอกว่า ว่าได้แค่ใบเดียว  โทรศัพท์เข้า นางเอกบอกแฟนว่าตัวโชคดีป่ะ ได้ตั๋วใบสุดท้ายพอดีเลย เพื่อนก็จองทางอินเตอร์เนตก่อนแล้ว  ไล่ไปไล่มา ตอบไม่ได้ เลยหาเรื่องเพื่อนเรียกเพื่อวางสาย -          ฝากกล้องถ่ายรูปไว้กะพระเอก
  • ฉากร้านอาหารข้างทาง
-          นางเอกเล่าเรื่องการแสดง Jump ว่าพระเอกใส่แว่น เวลาถอดแว่น จะช๊อตๆ ๆ ๆ ๆ ๆ -          พระเอกเอากล้องขึ้นมาถ่ายวีดีโอ นางเอกทำท่าช๊อตๆ ๆ ๆ ๆ -          นางเอกเอากล้องคืนเพื่อลบภาพ  บอกว่าน่าเกลียด-          พระเอกบอก จะอายอะไรคุณ มาไม่คุ้มเลย อยู่เมืองนอกต้องให้คุ้ม เราจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้จักเราหรอก ไม่เชื่อคุณดูนี่นะ   -          ลุง ๆ  ลุง  เออๆ ลุงนั่นแหละ  อาหารร้านลุงเนี่ยนะ รสชาติเหี้ยมาก แบบห่วยอ่ะ ผมว่าลุงเลิกทำเหอะ อาหารเนี่ย รสชาติแบบ...หมาไม่รับประทานอ่ะ เข้าใจป่ะ แบบกินเข้าไป ต้องคายออกมาอ่ะ โอเคนะ แต๊งกิ้วๆ-          ลุงยิ้มเลยไปหยิบหนวดปลาหมึกสดๆ มาให้พระเอกกิน  พระเอกร้องไม่เอา เอาไปๆ  ลุงยกนิ้วว่าเยี่ยม! -          นางเอกบอก  ไรเนี่ย แหย๋ หว่ะ   พระเอกบอก ถ้าผมกิน คุณกินเหล้าป่ะล่ะ -          โอเค  คุณกินหนวดหมึกนี่ ชั้นกินเหล้าแก้วนึง   -          แก้วนึง  โห  เว่อร์ละ  อย่างนี้มันต้องทั้งขวดเลย-          ถ้าให้ชั้นกินทั้งขวด  คุณต้องกินทั้งตัวโน่น....... (ชี้ไปที่ตู้ปลาหมึก)-          โอเค!  ลุง!  แด๊ท (ชี้ด้วย) เอามาตัวนึง  (ภาษาอังกฤษหมาไม่แดกมาก)-          ลุงเอามาวาง ตัวเล็กๆ กะลังกระดึบๆ  พระเอกใส่เข้าปาก ทันที  -          อาหารเค้ารสชาติติดปากจริงๆ ด้วย  เห็นๆ เลย  -          พระเอกโดนหนวดปลาหมึกดูดซะบวม กระแทกเหล้า 1 ขวด ให้นางเอกที่กะลังหัวเราะเยาะอยู่
  • ฉากโรงแรมพระเอก
-          นางเอกตื่นมาในชุดคลุมอาบน้ำ โวยวาย-          พระเอกบอก  ไม่รู้สิ เมื่อคืนคุณบ่นว่าร้อนๆ แล้วก็ถอดออก ถอดออก   นางเอกโวยวาย เอาหมอนปาพระเอก-          ล้อเล่นๆ  คุณจะอาบน้ำ แล้วเผลอหลับไปรึเปล่า  ดูดิ  หมวกอาบน้ำ ยังใส่บนหัวอยู่เลย 55-          เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นมั่งอ่ะ-          นี่ คุณจำอะไรไม่ได้เลยจิงๆ เหรอ  เมื่อคืนคุณมันมากเลยนะ-          นากเอกกดดูภาพวีดีโอในกล้อง  ภาพย้อนไปเมื่อคืนมันมากๆ-          โทรศัพท์นางเอกดัง  แฟนโทรมา-          ฮัลโหล ว่าไงตัวเอง -          (อยู่ไหน) -          อยู่โรงแรม -          (กินเหล้ามาใช่ป่ะ) -          ก็กินหน่อยอ่ะ ....มันชวน -          (หรอ .... มันส่งโทรจิตไปชวนจากเมืองไทยเลยเหรอ  เมื่อวานเจอ.... เดินที่เซ็นทรัล)  -          เหรอ... สาขาไหนอ่ะ...... ?? -          (ทำไมต้องโกหกด้วยอ่ะ) -          ก็เค้ามางานแต่งงานมินอาไงตัวเอง-          (กลับมาตอนนี้เลยนะ เอาเที่ยวที่เร็วที่สุดเลย) -          เด๋วดิตัวเอง ใจเย็นๆ นะ เห็นไม๊ว่าที่เค้าต้องโกหก เพราะถ้าเค้าบอกความจริงตัวเอง ตัวเองต้องไม่ให้เค้ามาแน่ๆ ใช่ม๊า  -          (ตกลงจะกลับไม่กลับ ถ้าไม่กลับก็เลิกกันไปเลย)-          อะไรอ่ะ ตัวเองเด๋วดิ เลิกลยเหรอ ใจเย็นก่อนนะ-          (ไม่ยงไม่เย็นแล้ว ถ้าไม่กลับมาตอนนี้ก็เลิกกันไปเลย รู้ไม๊ เธอนี่มันน่าเบื่อ น่ารำคาญ สร้างแต่ปัญหาไม่มีหยุดหย่อน ชั้นนี่เบื่อเธอมากๆ เธอมันชั่ง ...บลา บลา บลา)-          เออ! ได้! เลิกก็ได้! เลิกไปเลย ก็เบื่อเหมือนกันแหละ ต่อไปนี้นะ กูจะกินเป๊บซี่ให้เป็นลิตรๆ เลย กูจะใส่ส้นสูง กรูจะแรด จะแก้ผ้าเดินบนหิมะให้ทั่วเลย บลา บลา-          …….
  • ฉากสะพานทางเดินหน้าโรงแรม
-          ไอ้เตี๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย..........  นางเอกร้องให้ตะโกน บลา บลา บลา คนเกาหลีตกใจ  -          กูจะใส่ส้นสูงเดินให้หลังหักเลย     -          พระเอกตะโกนตอบ  เออ  เด๋วกูจะใส่เป็นเพื่อนเอง
  • ฉากร้านเสื้อผ้า
-          นางเอกลองชุดฮิพฮอบ  ชุดยิปซี  พระเอกไม่เห็นด้วย-          เปลี่ยนเสื้อผ้ากันสนุกสนาน  ออกมาเป็นชุดเดียวกันที่ใส่เสื้อกั๊ก แว่นอันใหญ่ หมวกถัก เหมือนกับคู่รักที่พระเอกด่าไปเมื่อวาน
  • ฉาก.... ที่ไหนไม่รู้
-          นางเอกกระดกเป๊บซี่หมดขวด เรอใส่หน้าพระเอกด้วย  โอเค๊? โอเค โอเค
  • ฉากตึกนำซาน
-          นางเอกหาแม่กุญแจที่ตัวเองไขคู่กับแฟนเก่า เอาเลื่อยมาเลื่อยแม่กุญแจ แต่ไม่ขาด-          พระเอก ก็เอาสว่านมาเจาะ (แม่ง) เลย
  • ฉากสวนสนุก
-          พระเอกนางเอก เล่นเครื่องเล่นที่ยกขึ้นไป แล้วปล่อยให้หล่นลงมาอย่างเร็ว
  • ฉากในผับ
-          พระเอกนางเอก ดวดเหล้า กันสองสามเป๊ก แล้วก็ไปแด๊นส์ๆ ๆ ๆ ๆ -          พระเอกถอดแว่น ทำท่า ช๊อตๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  เต้นเป็นเพลบอย  -          นางเอกถอดแว่น เต้นแบบเซ็กซี่ ตามด้วยหมอลำ และจบด้วย ท่าสะพานโค้ง  อืม....-          คนเกาหลีตบมือใหญ่ 555
  • ฉากทางเดินกลางคืน
-          นางเอก ชวนพระเอกดูดาว  ถามว่าเหมือนกับมองที่ไทย-          พระเอกบอกเหมือน   นางเอกก็นอนดูดาวกับพื้น  พระเอกก็นอนด้วย-          คุยกันไปเรื่อยๆ  เรื่องเจอหิมะครั้งแรกจะทำอะไร   พระเอกตอนแรกจะกิน ตอนหลังเปลื่อนมาฉี่เป็นชื่อตัวเอง   นางเอกอยากแก้ผ้าวิ่งบนหิมะ ชั้นอยากรู้ว่ามันจะหนาวสักแค่ไหน  แร๊งงงง!
  • ฉากหน้าโรงแรมพระเอก
-          นางเอกเดินมาส่งพระเอก ให้ขึ้นรถไปกับทัวร์-          จับมือกัน ยังไม่รู้ชื่อกัน แต่นางเอกกลัวโดนล้อ เลยไม่ถามชื่อกัน  ยินดีที่ไม่รู้จัก  บ๊าย บาย-          พระเอกขึ้นรถมาพร้อมการต้อนรับจากเพื่อนในคณะทัวร์ (สองคนที่ถ่ายรูปครึ่งตัวด้วย)-          ไกด์บอก เมื่อวานเราไปไหนกันมา  ดูหิมะสวยๆ -          พระเอกเลยบอกให้จอด แล้ววิ่งกลับไปหานางเอก-          คุณ   คุณ   คุณ  ยังมีหิมะอยู่   ยังมีหิมะเหลืออยู่   ไปเที่ยวหิมะกัน
  • ฉากมอไซ
-          พระเอกซ้อนนางเอกขี่มอไซ ไปตามถนน แวะเที่ยว
  • ฉากพิพิธพันธ์ไดโนเสาร์
-          พระเอก นางเอก เดินเล่นกันบนแผ่นหินที่มีน้ำขังเป็นหย่อมๆ จากรอยเท้าไดโนเสาร์ ตอนพระอาทิตย์อัสดง (โห จำได้ขนาดนั้น... ก็ภาพมันสวยนี่หว่า)-          พระเอกถามชื่อนางเอก นางเอกไม่บอก  ทายชื่อกัน นางเอกชื่อเมย์ (เมรัย) พระเอกชื่อ จอห์น (จรจัด)-          นางเอกเสนอว่า ไม่ได้ต้องรู้ชื่อกันหรอก ถ้าเรารู้จักกัน ชั้นก็ต้องมานั่งแคร์คุณ จะทำอะไรตามใจก็ไม่ได้-          แสดงว่าผมจะพูดอะไรก็ได้  พูดอะไร คุณก็ไม่โกรธงั้นเหรอ?-          อีหนวด........  หูกาง  นมแบน  ตัวหนา ขาสั้น ตูดใหญ่ ศอกดำ เข่าด้าน หน้าบานยังกะลิง  โกรธป่ะ?  -          แหะๆ  ไม่โกรธ-          สมองหมา ปัญญาควาย พ่อตาย แม่ยายสิ้น โกรธป่ะ?-          แหะๆ ไม่โกรธ-          เออ หนุกดีหว่ะ-          ไอ้เ_
  • ฉากห้องเช่ารายวัน
-          อาม่า พาไปที่ห้องเช่า -          พระเอกชูนิ้วสอง -          อาม่าก็เอาถุงยางมาให้สองอัน-          นางเอกบอกให้ชั้นอธิบายเองดีกว่า  เอากุญแจมาไขให้อาม่าดู บอกเอาสอง -          อาม่าก็เอากุญแจมือมาให้  จนนางเอกบอกห้องเดียวก็ได้ ห้องเดียวก็ได้
  • ฉากในห้องเช่า
-          พระเอกบอก  เตียงเค้าก็กว้างดีนะ  แต่สั้นไปหน่อย-          พระเอกขอลงไปนอนข้างล่างดีกว่า   -          นางเอกถามว่าจะดีเหรอ  พระเอกบอก ดีเห๊อะ-          คุณๆ คุณเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน-          สามคน  -          แล้วคุณอ่ะ  -          สองคน  คนแรกเป็นผู้หญิง-          จริงดิ-          อืม  เป็นรุ่นน้องที่มาชอบชั้นเว้ย ชั้นก็เลยลองดู-          เฮ้ย? ลองไร?-          ไม่ใช่ๆ ลองคบน่ะ -          ลองครบเลยเหรอ ทุกท่าเลยอ่ะ-          บ้าเหรอ ไม่เอาละ แล้วคุณล่ะ เล่าเรื่องคุณมั่งดิ ดิ ดิ-          ก็... โดนแฟนที่คบมาแปดปี บอกเลิก-          ผมไปทำเค้าท้อง ผมบอกเค้าว่าผมยังไม่พร้อม ผมให้เค้าไปทำแท้ง เค้าไม่ยอมไป วันนึงผมเลยผลักเค้าให้ตกบันได หวังจะให้เค้าแท้ง แต่ปรากฎว่า ตายทั้งแม่ทั้งลูก................. คริ คริ ช๊อก! 5555-          นี่คุณเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นงั้นเหรอ ชั้นน่ะ เคยทำแท้งมาแล้วสองครั้ง คุณรู้ไม๊ ความรู้สึกนั้นมันยังตามมาหลอกหลอนชั้นจนถึงทุกวันนี้เลย............ ช๊อก! 55555
  • ฉากขี่มอไซระหว่างทาง
-          นางเอกหลับคามอไซ-          มือหล่นมาตรงเป้าพระเอก มอไซท้ายปัดเลยเทเดียว
  • ฉากหน้าบ้านมินอา
-          มินอา พ่อ แม่ ยืนต้อนรับที่หน้าบ้าน-          นางเอกแนะนำตัว ชื่อ เมย์ แล้วก็แนะนำพระเอก ชื่อ ด่าง  -          นางเอกกระซิบเพื่อนว่า เอาไว้จะอธิบายทีหลัง
  • ฉากในบ้านมินอา
-          นางเอกช่วยมินอาทำอาหารมื้อค่ำ-          มินอาข้องใจที่นางเอกอธิบายว่าเพิ่งเจอพระเอก แล้วก็เดินทางกับเค้า โดยที่ไม่รู้จักชื่อเนี่ยนะ-          นางเอกบอกว่า เป็นแค่เกมงี่เง่าเล่นๆ เท่านั้น
  • ฉากห้องกินข้าว
-          พระเอกกินอาหารอร่อย เลยถามว่าอะไร พ่อมินอาบอกว่า จาจังเมี่ยน-          มินอา:  ฝีมือ เมย์ เป็นคนทำ นางเอกแก้เขิน บอกแค่ช่วยหยิบๆ ใส่ๆ เท่านั้นแหละ-          พระเอก นางเอก มีสบตากันหน่อยนึง-          พ่อมินอาบอกพระเอก เอาไว้ให้เมียทำให้สิ  พระเอกนางเอกปฏิเสธเป็นพัลวัน-          พระเอกบอกว่า อร่อยเหมือนให้ แดจังกึม ทำเลย-          พ่อแม่มินอา แปลกใจ ที่พระเอกรู้จัก แดจังกึม -          พระเอกบอกใช่ๆ  รู้จัก แดจังกึม รู้จัก เรน รู้จัก นิชคุน-          พ่อแม่มินอา ร้องดีใจ ที่รู้จัก นิชคุน ที่ร้องเพลง Heart Breaker เต้นๆ กันใหญ่-          แม่มินอา คุยโวบอกตัวเองก็รู้จัก จา พนม ด้วย  ลุกขึ้นยืนพร้อมทำท่าร้อง ช้างกูอยู่ไหน!!!! (ฮา.....)
  • ฉากห้องนอนที่บ้านเพื่อนนางเอก
-          พระเอกนั่งคุยกับนางเอกที่ประตูห้อง พระเอกถามหามินอา นางเอกบอกนอนแล้ว เด๋วพรุ่งนี้ไม่สวย-          นางเอกเล่าเรื่องที่นางเอกได้รู้จักมินอาที่เชียงใหม่ที่สปาปลา มินอาร้องซะลั่นร้าน-          ยังไง?-          โอ้ว ซี๊ด อูวว-          โห  นี่ถ้าร้องได้ฟิวอย่างนี้ ก็ไม่ต้องแต่งงาน ไปซื้อไอ้ปลานี่มาเลยดีกว่า-          จากนั้นนางเอกก็รำพึงรำพัน ว่าคุณเคยรู้สึกไม๊ ว่าบางคนเพิ่งเจอกัน รู้สึกสนิทเหมือนได้รู้สึกมากแสนนาน-          พระเอกก็บอกว่าตอนนั้นก็อยู่เชียงใหม่เหมือนกันกับก้อย  แฟนเก่าน่ะ  -          ขอยืมโทรศัพท์นางเอกโทรหาก้อย แต่ถูกวางสาย-          ผมถูกแฟนที่คบกันมาแปดปีบอกเลิก -          มันก็ยังดีกว่าบอกเลิกทางโทรศัพท์ใช่ไม๊ล่ะ  ยิ่งอยู่ห่างกันซะขนาดนี้-          นางเอกแนะนำให้โทรคุยกับ พี่อ้อยพี่ฉอด  นางเอกต่อให้โทรศัพท์ พระเอกคุยเพื่อเล่าเรื่องแฟน เมื่อพระเอกทำท่าทีจะคุย  นางเอกก็สวนรอยเป็น พี่อ้อยพี่ฉอด ทันที  จนพระเอกแซวว่าจะเป็นพี่อ้อย หรือ พี่ฉอด กันแน่-          คุณด่างคะ  คุณด่าง   ยังอยู่ไม๊คะ  ฮาโหล-          อะ อะ ก็ได้ คือ อันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่าพี่จะช่วยอะไรผมได้-          คุณด่างคะ พี่อ้อยพี่ฉอด ยังช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าคุณด่างยังไม่หยุดกวนตีนก่อนนะคะ-          อันที่จริง เค้าขอผมแต่งงาน ผมไม่ยอมแต่งกับเค้า เค้าเลยบอกเลิกผม มันสำคัญตรงไหน ไอ้ที่แต่งงานกันไปแล้วเลิกกันก็มี -          อุ๊ย Hurt เหรอจ๊า.... จุ๊ ๆ ๆ ๆ ไม่เอานะคะ-          ที่ผมจะโทรหา แค่ผมจะบอกเค้าว่าตอนนี้ผมอยากแต่งงานกับเค้าแล้ว-          แล้วทำไมคุณด่างไม่บอกเค้าไปล่ะคะ-          บอกยังไง โอกาสจะคุยยังไม่มีเลย -          นี่ไง (นางเอกหันไปหยิบโปสการ์ดด้านหลัง) คุณก็เขียนโปสการ์ดไปหาเค้าเลย-          จะดีเหรอ?-          ดีสิ
  • ฉากตู้ไปรษณีย์
-          พระเอกหยอดโปสการ์ด ทีเขียนว่า Will you marry me? ลงไปในตู้ไปษณีย์สีแดง
  • ฉากร้านขายของที่ระลึก
-          คุณๆ ผมซื้ออันนี้เป็นของของขวัญให้มินอา ดีป่ะ?-          โห ซื้อของเกาหลี ให้คนเกาหลีเนี่ยนะ -          ก็ผมไม่รู้จะเลือกอะไรดีนี่นา-          พระเอกเดินออกไปนอกร้าน นางเอกพระเอกคุยกับใครบางคน
  • ฉากงานแต่งงานมินอา
-          เจ้าบ่าวแบกมินอา ตามประเพณี ลุกนั่งโดนมีมินอาขี่หลังอยู่ได้ประมาณ 6-7 ครั้งก็หมดแรง-          พระเอก กำลังเมากึ่มๆ พูดลอยๆ ว่า มินอาดูมีความสุขดีเนอะ ก้อยก็คงจะเหมือนกัน-          เลยลุยเข้าไปในพิธี บอกให้เจ้าบ่าวเอาอีก มอร์ มอร์ อ่ะ มอร์-          นางเอกเข้าไปลากพระเอกออกมา พระเอกตะโกนใส่นางเอก-          เป็นไง เขียนไปขอแต่งงานในตอนที่เค้ากำลังจะแต่งงาน ผมไม่น่าเชื่อคุณเลย-          แล้วพระเอกก็เดินหนีไป นางเอกมาบอกลา มินอาถามว่าแน่ใจเหรอว่าเป็นแค่เกม เพราะดูแล้วไม่ใช่แค่เกมแล้ว-          นางเอกบอก I know.
  • ฉากคาสิโน (ตู้ Slot)
-          นางเอกวิ่งตามหาพระเอก จนเจอพระเอกนั่งให้ตู้ slot แดกอยู่-          คุณ คุณ คุณอย่าเงียบแบบนี้ดิ-          ความจริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ผมก็งี่เง่าไปเซ้าซี้ทั้งๆ ที่เลิกกันไปตั้งนาน ยังคิดว่ามีหวัง ทัวร์เนี่ย ผมซื้อพร้อมกับเค้าก่อนเราจะเลิกกัน ในใจก็ยังหวังว่าเค้ามาด้วยกัน โธ่เว้ย! ไอ้ตู้ Slot เฮงซวย-          นางเอกยื่นตังค์ให้แบบจ๋อยๆ เงียบๆ-          อาม่า ตู้ข้างๆ เสือกได้ Jackpot หันมายักคิ้วใส่เยาะเย้ย-          นางเอกบอก Slot เนี่ยสำหรับเด็กๆ กับคนแก่ สำหรับเรามันต้องอย่างอื่น
  • ฉากคาสิโน (Rolling)
-          พระเอกนางเอกแลกชิปสำหรับเล่น Rolling มากองเบ้อเริ่ม -          แทงแค่สีแดง กะ สีดำ แค่นั้น ทั้งสองคนยังแทงไม่ถูกเลยสักครั้ง-          เมื่อเหลือน้อยเข้า พระเอกเลยแทงทั้งกองไปที่สีแดงทั้งหมด นางเอกเปลี่ยนเป็นสีดำโดยเอามือมาเลื่อนชิปไปกองในช่องสีดำ พระเอกจะเปลี่ยนเป็นสีดำ พนักงานบอกเปลี่ยนไม่ได้แล้วโยนลูกเหล็กไปแล้ว ผลออกสีแดง ถูกกินหมด-          พระเอกเลยผละออกมาจากห้องนั้น เพราะว่าชิปหมดแล้ว -          แต่ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงนางเอกกรี๊ดลั่นแบบดีใจมาก พระเอกเลยวิ่งกลับมาดู-          นางเอกเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่า ผู้ชายคนข้างๆ เค้าให้ชั้นมาอันนึง เค้าบอกว่าแทงตรงข้ามกับชั้นจะถูกตลอดเลย ชั้นเลยเอามาวางแล้วก็ถูก-          ไหนคุณแทงอันไหนอ่ะ? สีเขียว?.... สีเขียว 32เท่า? ดีใจกันมากมาย
  • ฉากโรงแรม
-          นางเอกนอนดีใจบนกองเงินเป็นล้านวอน บนเตียง กะลังเพ้อว่าจะซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อเกาะนามิทั้งเกาะเลย-          นี่คุณ มันแค่ไม่กี่แสนบาท คุณจะซื้อของพวกนั้นได้ยังไง -          (นางเอกเอาเงินปาใส่) นี่! ให้ได้เพ้อฝันอย่างมีความสุขหน่อยก็ไม่ได้-          อ้าว คุณ นี่เรายังเหลือชิปอันนึง ดันแลกไม่หมดอ่ะ-          เอาไปเหอะ แค่เศษเงินน่ะ เพราะตอนนี้ชั้นรวย 555  ชั้นนะ อยากใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่ายแบบคนรวยมาตั้งนานแล้ว-          งั้นเราไปเที่ยวหิมะกันไม๊อ่ะ-          เอาป่าล้า-          เอาป่าล้า-          เอาป่าล้า-          ตอนเช้า ทั้งคู่แต่งตัวเฉียบ ถุงมือ พร้อมแว่นกันแดด ดูดี๊ ดูดี (ฮา......)
  • ฉากถนนด้วยรถพอร์ช
-          พระเอกนางเอกเช้ารถพอร์ชเปิดประทุนสีดำมาขับไปเที่ยว หิมะ
  • ฉากลานหิมะ
-          ทั้งคู่นั่งกระเช้าขึ้นไปข้างบน พระเอกกัวความสูง นางเอกขำ-          เล่นสกีกัน แบบขำ ขำ พระเอกล้ม ดึงนางเอกที่กะลังจะช่วยให้ลงมานอนด้วยกัน มองกันซึ้งๆ (หวาว....)
  • ฉากโรงหนังกลางแปลง (กลางคืน)
-          ดูหนังซีรี่ย์กลางแปลงอยู่บนรถพอร์ช-          นางเอกร้องให้ ถามพระเอกว่าเป็นไงมั่งอ่ะคุณ-          ก็งั้นๆ อ่ะ  พระเอกตอบ  แต่พระเอกนั่งน้ำตาไหลพรวดๆ -          นางเอกบอกเค้าก็เคยเป็นนางเอกหนังไทยนะ พระเอกบอกไม่รู้จัก-          นางเอกพยายามเอียงหน้าให้มอง พระเอกก็มองไม่ออกอยู่ดี
  • ฉากโรงแรม
-          พระเอกพานางเอกมาพบกับ เบยองจุน พระเอกเกาหลี ที่สุดอบอุ่น(ในอดีต) โดยอ้างว่าเป็น พนักงานโรงแรมหน้าเหมือนตัวจริง -          (จะไม่เหมือนได้ไง แม่งเอาตัวจริงมา)-          พระเอกแอบหยอด ว่านางเอกเป็นตัวประกอบ ก็เป็นตัวประกอบที่น่ารักที่สุดในโลก
  • ฉากลานหิมะ (กลางคืน)
-          (เสียงนางเอกตะโกนออกมา) อย่าแอบดูน๊า.........-          ได้เล้ย!.....-          นางเอกย่องๆ เดินออกมา ถอดเสื้อคลุมออกมาแก้ผ้า กรี๊ดๆ ๆ ๆ ๆ ว่าหนาวๆ ๆ ๆ ๆ-          พอนางเอกแต่งตัวเสร็จแล้ว พระเอกก็ช่วยใส่หมวกให้นางเอก-          (..............) บรรยากาศได้ฟิว + เงียบฉิบหาย
  • ฉากระหว่างทาง
-          พระเอกบอกนางเอกว่า เปลี่ยนตั๋วเป็นไฟท์เดียวกันกับคุณแล้วนะ-          คุณชอบชั้นรึปล่าว-          ชอบ-          ชอบชั้นแบบคนรักรึปล่าว-          ไม่แน่ใจ-          ชั้นว่าชั้นจะอยู่กับมินอาก่อนน่ะ อาจจะหลายวัน คุณกลับโซลไปก่อนนะ-          (พระเอกจอดรถข้างทาง) -          จอดรถทำไม-          คุยกันให้รู้เรื่องก่อน  มีอะไรอ่ะ เป็นอะไรหรือปล่าว-          ปล่าว ไม่มีอะไรหรอก-          ทำไมผู้หญิงถึงต้องโกหกด้วย ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นแน่ๆอ่ะ-          จะต่างกันตรงไหน ยังไงเราก็จากกันอยู่ดี คุณจะให้เราจากกันที่สนามบินแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นเรอะ-          งั้นชั้นลงตรงนี้ละกัน-          ไม่ต้องหรอก ถ้าคุณอยากแยกมากขนาดนั้น ผมไปเอง-          พระเอกเปิดประตู เดินออกมาคนเดียว นางเอกตะโกนเรียก  คุณ  คุณ กลับมาก่อน คุณ....... -          พระเอกเดินแยกออกมาสักระยะ คิดได้ว่าไม่น่าทิ้งนางเอกไว้คนเดียว เมื่อวิ่งกลับไปหา แต่ก็ไม่พบนางเอกอยู่ที่รถแล้ว พระเอกเลยตะโกนเรียก พร้อมขับรถไปเรื่อยๆ เพื่อหานางเอก จะหายังไงก็หาไม่เจอ จนกระทั่งมาถึงโรงแรม
  • ฉากโรงแรม
-          พระเอกวิ่งไปที่เคาทเตอร์ ตะโกนถามพนักงานด้วยความรีบร้อน  ยู! ยู! เห็น เกิล ที่มากับ ไอ ไม๊? เกิล ที่มากับ ไอ อ่ะ? คัม วิท มี อ่ะ! โธ่เว้ย....-          ชั้นมาถึงตั้งนานแล้ว เสียงนางเอกพูดมาจากด้านหลังพระเอก-          พระเอกหันมาพบนางเอกยืนอยู่-          คุณเป็นบ้าอะไร? คุณทิ้งชั้นไว้อย่างนั้นได้ไงอ่ะ? ถ้าไม่มีรถผ่านมาชั้นจะทำยังไง?-          พระเอกสวมกอดนางเอกในทันใด -          ผมขอโทษ ผมมันเหี้ย ผมไม่น่าทิ้งคุณไว้อย่างนั้นคนเดียว -          ที่ผมบอกคุณว่าไม่แน่ใจน่ะ ผมแค่อยากแน่ใจว่าเวลาที่ผมอยู่กับคุณผมโคตรมีความสุขอ่ะ แล้วพอเวลาที่ไม่มีคุณ ผมรู้แย่สุดๆ -          แบบนี้เค้าเรียกว่ารักหรือเปล่า...-          รักเหรอ?  คุณจะรักชั้นได้ยังไง ชื่อชั้นคุณยังไม่รู้เลย-          ใช่ ผมไม่รู้จักชื่อคุณ แต่ผมรักผู้หญิงคนนึง เค้ากินเป๊บซี่ได้เป็นขวดๆ ผู้หญิงคนที่นั่งซ้อนมอไซผมแล้วเค้าก็หลับทุกครั้ง ผู้หญิงคนที่เมาแล้วเต้นท่าสะพานโค้ง คุณใช่ผู้หญิงคนนั้นรึเปล่า?-          ร้องให้ซะยังกับมีใครตายงั้นแหละ-          ขอกอดอีกทีได้ป่ะ-          ก็ไม่ได้มีใครเค้าห้ามนี่...  (หว๊าว.........ขนลุกๆ)
  • ฉากงานเทศกาล
-          ทั้งคู่นั่งกินอาหารกล่องข้างทาง -          ตั้งแต่เรากินข้าวด้วยกันมา คุณชอบมื้อไหนมากที่สุดอ่ะ?  นางเอกถาม-          จาจังเมี่ยน อร่อย ชอบๆ แล้วคุณอ่ะ-          ชั้นชอบมื้อนี้..... (หว๊าว.........หวานได้อีก ชอบๆ^^)
  • ฉากหน้าห้องพัก (ตอนเช้า)
-          พระเอกนางเอกกำลังจะไปสนามบิน -          นางเอกบอก นี่เรายังไม่มีรูปคู่กันเลยเนอะ นั่นไง ให้คนนั้นช่วยถ่ายให้เราละกัน-          นางเอกเดินไป บอกให้ผู้หญิงคนนึง ถ่ายรูปให้  แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับกลายเป็น ก้อย แฟนเก่าพระเอกที่มาหาพระเอกตามโปสการ์ดที่ส่งไป-          พระเอกจึงแนะนำนางเอกให้ก้อยรู้จัก นางเอกจึงเปลี่ยนเป็นถ่ายรูปเดี่ยว แล้วก็เดินจากไป หลังจากหันกลับมาเห็นทั้งคู่กอดกัน-          นางเอกขึ้นรถ taxi ไปสนามบินคนเดียว
  • ฉากบนเครื่องบิน
-          พระเอกชะเง้อมองหานางเอกบนเครื่อง ทั้งๆ ที่แฟนเก่ายังนั่งอยู่ข้างๆ-          เมื่อนางเอกลุกไปเข้าห้องน้ำ จึงได้ลุกตามไป ขอคุยกับนางเอกแต่ถูกปฏิเสธ -          บางทีอาจจะเป็นอย่างที่คุณพูดก็ได้ ความรักเหมือนในละครมันไม่มีจริงหรอก เราอาจจะคิดกันไปเองก็ได้-          แม้ว่าจะขอรู้ชื่อนางเอกก็ตาม นางเอกขอร้องด้วยคำลงท้ายว่า คุณไม่สงสารชั้นเหรอ?-          พระเอกต้องปล่อยนางเอกจากไป
  • ฉากที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ
-          พระเอกกับแฟนเก่ากลับมาที่ลานจอดรถ พระเอกหากุญแจรถไม่เจอ -          ค้นไปต้นมาก็เจอ ชิป ที่เหลือมาจากคาสิโน ที่นางเอกให้ไว้-          พระเอกเกินกว่าจะเก็บความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ได้  (คุกเข่าร้องให้)-          หนึ่งปก็ผ่านไป
  • ฉากที่ทำงานพระเอก
-          พระเอกทำงานออกแบบป้าย นามบัตรทั่วไป
  • ฉากการแสดง Jump ในไทย
-          พระเอกชมการแสดง Jump แต่พอถึงตอนตัวแสดงทำท่าช๊อตๆ ๆ ๆ พระเอกกลับนึกถึง นางเอกตอนที่ทำช๊อต ๆ ๆ ที่เกาหลีเมื่อปีก่อน-          พอการแสดงจบพระเอกก็เดินออกมาคนเดียว ทั้งๆ ที ถัดจากเก้าอี้เค้าไปไม่กี่ตัว นางเอกก็มาชมการแสดงกับเพื่อนเหมือนกัน ทั้งคู่ไม่พบกัน
  • ฉากในรถนางเอก
-          นางเอกถามเพื่อนว่าวันนี้ วันอะไร แล้วก็เปิดฟัง พี่อ้อยพี่ฉอด -          วันนี้ มีสายเข้ามา ชื่อคุณด่าง  (นางเอก กะ เพื่อนหัวเราะ ว่าคนอะไรชื่อด่าง)-          ผมก็ไม่รู้ว่าผมโทรมาทำไม พี่คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก  (เพื่อนนางเอกพูด เอ้า ไอ้บ้านี่)-          นางเอกจอดรถเข้าข้างทาง เพื่อนก็งง แต่นางเอกบอกให้เงียบก่อน-          เมื่อปีที่แล้ว ผมไปเที่ยวเกาหลี แล้วไปเจอกันผู้หญิงคนนึง เวลาสั้นๆ เราสนิทกันมาก เธอบอกว่าเราอาจจะคิดไปเองก็ได้ ถ้าเราคิดไปเอง แต่ทำไมผมยังคิดถึงเธออยู่ นี่มันก็ผ่านไปตั้งปีกว่าแล้ว เธอบอกว่าเธอเคยเป็นนางเอกภาพยนต์ พี่ก็รู้ หนังไทยบ้านเรามันเยอะจะตาย แต่ผมก็พยายามหาหนังไทยทั้งหมดมาเปิดดูว่าเธอเล่นเป็นนางเอกเรื่องไหน-          (พี่อ้อยพี่ฉอด)  แหม ช่างโรแมนติกซะจริงๆ ทำไมคุณด่างไม่บอกเธอไปล่ะคะ-          ผมรู้จักชื่อเธอ ไม่รู้ว่าจะติดต่อเธอได้ที่ไหน ไม่รู้จะทำยังไง-          (พี่อ้อยพี่ฉอด) เอางี้ไม๊คะ เริ่มที่คุณด่างลองฝากชื่อนามสกุลจริงไว้กับทางเรา ลองดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง บางทีอาจมีคนรู้จักฟังเราอยู่ก็ได้-          ผมชื่อ......      

ผู้รักษาประตู

posted on 24 May 2010 14:45 by vitcumlang2

.

ก่อนนอนคืนหนึ่ง

เปิดไปทีวีเจอเทปบันทึกฟุตบอลอะไรไม่รู้  ผู้บรรยายพูดว่า

 

ผู้บรรยาย:  โดจิเอโบร่ากาโม่ (ชื่อไรไม่รุจำไม่ได้) สุดยอดนายทวารยุคนี้เลยครับ

แม่: .... (กะลังจะหลับ)

โจ:  แม่! ใครเป็นคนที่เอาคำว่า "ทวาร" มาใช้ล่ะแม่  โจว่ามันไม่เหมาะนะ

แม่: (งัวเงียตื่น).... ทวาร เค้าก็หมายถึง ประตู ไงลูก

โจ:  .....ไม่น่าใช่นะแม่

แม่: ทำไมอ่ะลูก

โจ:  ถ้า ทวาร หมายถึง ประตู ถ้างั้น...

* ใครเป็นคนปิดทวารคนสุดท้ายวะ กุญแจล็อกทวารอยู่ไหน

* แม่ๆ ใครไม่รู้มาด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ทวาร อ่ะแม่

* (คนขับรถเห็นสัญญาณไฟหน้าปัดรถ) ใครปิดทวารไม่แน่นวะ

* ช่วยด้วย หนูเปิดทวารไม่ออก (ตะโกนจากห้องน้ำ)

* ข้าวมันไก่แถวไหนอร่อย /  แถวทวารน้ำ  เนื้อนวลน่ากินเลย

* ไปเชียงใหม่ ก็ต้องไป..... ทวารดิน

 

โจ:  ไม่น่าจะใช้คำว่า ทวาร ตั้งแต่แรกแล้วเนอะ แม่ เนอะ ......

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

แม่:  ................. คร่อก .....................

 

 

 

โอย... บ้านเรามันร้อนเนอะ

posted on 07 Apr 2010 10:40 by vitcumlang2

ได้รับคำสั่งไปงานโชว์ที่เยอรมัน ปลายเดือนมีนาที่ผ่านมา
ด้วยที่เป็นเด็กใหม่ (ในต่างแดน) รวมถึง เหตุผลเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ปลอดภัย
กลับบ้านได้อย่างชื่นมื่น  จึงจำเป็นต้องเดินตามรอยเท้าซีเหนี่ยที่เคยมาทุกๆปี

 

เค้าพาไปไหนก็ตามเค้าไป แบบมึนๆ 
อากาศอยู่ที่ 6 องศา จะหนาวไปไหนเนี่ย  
บางวันฝนเจ้ากรรมก็มาตกซ้ำอีก... 
(กัวจะแข็งตายเป็นแมมม็อทให้หลานๆ ขุดดูเป็นวิทยาทาน)

 

""""""~

พอได้กลับมา รู้สึกว่า เมืองไทยนี่ร้อนฉิบหายเลย
(น่าจะย้ายหนีไปอยู่เชียงใหม่ เชียงราย กันดีกว่า)

ล่าสุด เมื่อวาน ลูกค้าเวียดนามมาเยี่ยมที่ออฟฟิต
เถ้าแก่พาเดินชมการผลิตเล่นๆ ........  ตอน.....บ่ายโมง ......
ตากแดด หน้าดำ กันไปเป็นแทบ  จนหลายคนคิดว่า ลูกค้าเป็น นิโกร
ไม่เว้น แม้ไอ่โจ  เดินจริง  ลุยจริง  ดำจริง  (ไม่มีตัวดำแทน)

พาลูกค้านิโกรกลับมาที่ห้องรับรองเพื่อคุยงานต่อ
บอกแม่บ้านขอน้ำให้ลูกค้า

จริงๆ ให้ไอ่โจ นั่นแหละ หิวน้ำ อาศัยอานิสงฆ์ลูกค้า

แอร์ในห้องไม่ได้เปิด.....  โอ้โห...  ต้องไปบอกให้แม่บ้านเปิดอีก (เค้าลืม)
นั่งพัดกันสนุกสนาน  หน้ามัน เหงื่อเยิ้มกันทุกคน 
...................เพราะแอร์ไม่เย็น

 

.................. ไม่เป็นไร 

เพราะอีกเดี๋ยวก็ได้ น้ำเย็น แล้ว

 

สักพักแม่บ้านเอาน้ำมาให้ ......  กรูโคตรอึ้ง...   ลูกค้าก็อึ้งด้วย....  
เพราะเป็น น้ำชา ... แบบร้อน ... ควันแม่งลอยขึ้นเห็นๆ เลย


บอกพี่แม่บ้านว่า  ลูกค้าเหงื่อแตก ยิ่งกว่าไอ่หน้ากะโห้ตีเทนนิส
ขอเป็นน้ำเย็นละกันนะครับ  ......  
(แต่ในใจกรูนี่ บีบคอ เขย่าๆ จนตาทะเล็ดไปละนะเธอว์)

ข้างต้น คือ คดีตัวอย่างที่บ่งชี้ว่า  อากาศ มัน ก็ ร้อน อยู่แล้ว
เวลาจะทำอะไร ก็อย่าให้เป็นการเพิ่มความร้อนในประเทศเพิ่มขึ้นไปอีก
สู้กลับบ้านไปปลูกต้นไม้  ให้ชุ่มชื่น เขียวชะอุ่ม ร่มรื่น 
น่าจะดีกว่ามานั่งตากแดด  บนถนน 
ยกพวกเดินไป เดินมา ให้รถเค้าวิ่งไม่ได้ เล่นๆ ซะอย่างนั้น

เหมือนจิ้งหรีด

คนเลี้ยงแค่เอาไม้แหย่ ๆ  อยู่ห่างๆ

จิ้งหรีดก็โง๊.......โง่   Spicies เดียวกัน  มากัดกันเอง........

 

 

เมื่อวานเงินเดือนออก

ไปเดินตลาดข้างเมเจอร์ปิ่น

มองหาเสื้อนอก ไว้ใส่ไปงานโชว์เดือนมีนา

...

...

ไม่มีไซน์

xxxL ยังรัดหน้าอกซะแน่นปั๊ก

...

...

ทำใจไม่ได้ วิ่งร้องให้ออกมา
ซบหน้ากับอก นร.นายร้อยที่ยืนเป่าแตร

...

...

เดินข้ามฝั่งมาดูเลนส์ที่เซ็นปิ่น
หน้าแดงเพราะรอยแตรที่ นร.นายร้อยปาดมาเมื่อกี้

...

ถ้าไม่มี กุศลผลบุญ ของพระเจ้า ซิติแบงค์ 0.89%
คงไม่ได้บุญได้เจ้าของเลนส์ nikon 35มิล F1.8 เป็นแน่

...

...

กลับโดยรถสาธารณะ 542
ข้ามมาตลิ่งชัน รีบลงอย่างไม่คิดชีวิต
งงตัวเองว่า ขึ้นสาย542ทำไม ไม่ผ่านสาย4

... 


รอ รอ รอ รอ รอ รอ

...

โหย อย่างแจ่ม
เธอเป็นใครหนอ
บ้านอยู่ไหน
จะขึ้นรถคันเดียวกันหรือเปล่า

...(เคลิ้มๆ)

เธอหันมา!
ฉิบหาย ตกใจ จะทำอะไรแก้เขินดีวะ
โอ้ว คิดไรไม่ออก 

ขาเราก็บ้า พาวิ่งหนี ขึ้นรถเมย์มาซะอย่างงั้น

...

เอ๊ะ!   อ้าว...

สาย 542 อีกแล้วเรอะ

...

กดกริ่ง รถเบรคจ๊าก คนล้มละเนละนาด
วิ่งลงมาก่อน คำด่า จะตามมาทัน

...

มองซ้าย มองขวา 
คนนั้นหายไปไหนแล้ววะ

...

กลับห้องดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ป.ล.1: นั่งรถสาย539กลับห้อง คนเยอะมาก


ป.ล.2: นร.นายร้อย ก็ใส่converse allstar ได้

ป.ล.3: แม่ค้าข้างๆ เมเจอร์ปิ่นทุกร้าน กินสินตำปลาร้าเป็นมื้อเย็น

 

เอนทรี่นี้ ขอแสดงความเสียใจให้กับลุงมนตรี สุขคันธรักษ์
ลุงมนตรี หรือที่พี่น้องลุงเรียกกันว่า เจ๊กตรี
ลุงมนตรีเป็นผู้ชายผอมๆ เขร่งขรึม อารมณ์ดี พูดน้อย ต่อยไม่เป็น
แต่งงานกับป้าแมว ป้าแท้ๆ ของโจเอง (พี่สาวของแม่)

ที่ผ่านมา ลุงมนตรี กับป้าแมวได้ ช่วยเหลือญาติพี่น้องมากมาย
...อืม   มากจนลงในเอนทรี่นี้ไม่หมด 
สรุปว่าเป็นคนดีมากๆๆๆๆๆๆๆ

จบวิศว จุฬาลงกรณ์ ทำงานที่ล็อกซ์เล่ ภายในท่าเรือคลองเตย
เป็นวิศวกรเครื่องกล

เป็นคนประหยัด ไม่เคยฟุ่มเฟือย ล่าสุดเท่าที่จำได้ก้อ...
พาลูกชาย2คนไปเที่ยวพัทยา เมื่อยังเรียนประถมมั้ง
(คือตอนนี้ ลูกทั้งสอง จะแต่งงานกันไปหมดแล้ว)

ลุงไม่ชอบบุคลิกที่ไม่เรียบร้อยของลูก และหลาน
แต่จะบอกผ่านป้าแมว แบบสะกิดๆ แล้วป้าแมวก็จะบอกต่ออีกที
จนทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าที่ป้าแมวเป็นคนเข้มงวด เจ้าระเบียบ
เป็นเพราะลุงมนตรี หรือ เพราะตัวป้าแมวเอง

ลุงชอบกินส้มเขียวหวาน

ลุงรักลูกหลาน

ลุงมนตรีเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 17ธันวาคม 2552
ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ที่เลิศสิน
งานศพ ป้าแมวบอกว่า ไม่คิดว่าคนจะมากมายขนาดนี้

ถ้าบนสวรรค์ เข้าnetได้แล้วลุงได้อ่านเอนทรี่นี้
อยากบอกลุงมนตรีว่า 
ทุกคนสบายดี ไม่ต้องห่วง
ทุกคนยังรักและคิดถึงลุงมนตรีอยู่ตลอด
ตอนนี้ป้าแมวมาอยู่กับพี่น้องที่หนองโพ สบายใจได้

ราตรีสวัสดิ์ ... ไม่นานคงพบกันใหม่นะครับลุง

รวมคำคม / คำฮา จาก 32ธันวา

posted on 07 Jan 2010 12:53 by vitcumlang2

 

 

คนที่ดีพอ & คนที่พอดี 

คุณต้องการคนที่สมบูรณ์แบบ หรือคนที่ดีพอ แล้วคุณจะเลือกรักคนที่ดีพอ หรือคนที่พอดี 

บางครั้งรู้ว่าอยู่ด้วยกันแล้วอาจไม่รอด แต่ความรักก็ทำให้คนเรายังอยากอยู่ด้วยกันอยู่ดี 

ความรักทำให้เราไปอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเรา 

ความรัก ทำคนที่เป็นคนถูกง้อ กลับกลายมาเป็นคนง้อ 

อุ๊! อิ๊! อ๊ะ! โอ๊ะ! เอ๊ะ! 

มี ปม รึเปล่า? 

ในที่ดีๆ ก็จะมีคนเลวปะปนอยู่ และในที่เลวๆ ก็จะมีคนดีปะปนอยู่เช่นกัน 

พรหมลิขิต หรือ ผีผลัก

การรักใครซักคนมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเลิกรักใครซักคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย 

ความรักไม่ได้จำกัดเพศ แต่เพศชอบจำกัดความรัก 

ตลอด 20 ปีที่คบกันมา มันไม่มีความหมายเลยช๋ายป๊ะ! 

เด๋ว! ที่เราได้ยินเมื่อเกี๊ยะ ตดช๋ายป่ะ! .... (เข้าคอเลย) 

ไม่รู้ว่าใครรักเรา ปัญหาเล็ก ไม่รู้ว่าเรารักใคร ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าไม่รู้ทั้งสองเรื่องไม่มีปัญหา 

ไม่เกี่ยวกับว่าใครเอาเราอยู่ มันเกี่ยวกับว่า เราอยากอยู่กับใครและใครอยากอยู่กับเรา 

กูไม่ได้ยุให้เมิงมีแฟนใหม่  กูแค่บอกให้เมิงมีแฟนเพิ่ม 

เมิง Set กันป่ะเนี่ย 

อั้นนั่นแน้.........  มาเต็มๆ อารมล้วนๆ 

ไม่ไหวจะ Translate  

ฮู้ก่อ เมื่อก่อน ฮากิ๊ดว่าปู้จายหล่อๆ มักจะนิสัยเหี้ย

แต่เด๋วนี้ ฮาก่อฮู้แล้วว่า ปู้จายหน้าเหี้ย ก่อเหี้ยได้เหมือนกัน 

จะมาเอาอะไรกับผู้ชายลั่ลล้าอย่างพี่ 

ทำไมผู้หญิงชอบคนเลว  แรกๆ มันก็ไม่เลวหรอก

มาเลวตอนไหนก็ไม่รู้ บอกให้มันเลิกเลว ก็เลิกไม่ได้

บอกให้เราเลิกรัก ก็เลิกไม่ได้เหมือนกัน   (ใช่ๆ แบบนี้เลย) 

ผมเป็นคนเลวนะ แต่เลวเสมอต้นเสมอปลาย คือจะไม่เลวไปมากกว่านี้แล้ว 

ปู้จายตี้ไหน บ่มี กระเทยก้างห้อง เปิ้ลมาปรึกษาปัญหาหัวใจ๋ 

กลับก่อนนะอีดอก / เดินทางดีๆนะ อีดอก / แรงนะคะเนี่ย 

เค้ามีแต่ท้าแล้วทำนะเว้ย นี่อะไรวะท้าแล้วไม่ทำ เด๋วกลับไปเคลียร์กะกูด้วย 

เรื่องที่มีความสุข เพียงแค่ได้ดูก็มีความสุขแล้ว 

พี่โน๊ต! ทำไมไม่ไปลองสูท / ...หนูตด 

ผู้หญิงไม่ได้ชอบเเอ๊บ เเต่เเอ๊บเพราะอยากให้ชอบ 

เฮ้ย หัวเราะส้นตีนอะไรเนี่ย 

แม่พี่ก็อี สลิ่ม นั่นไง 

ความรักนะเรื่องเล็ก แต่เรื่องเล็กๆ เนี่ย เรื่องใหญ่

คนเราเมื่อแก่ตัว ความต้องการเหตุผลก็จะน้อยลง 

พี่ขอให้แกรอดจากการผ่าตัดสมอง / ผมก็ขอให้พี่ผ่าตัดลำไส้แล้วรอดนะคับ 

กรูว่าเมิงไม่ได้รักเมย์คนเดียวหรอก เมย์เค้าก็รักเมิงด้วย กรูว่าเมิงรีบไปเหอะ 

What kind your love?  Why? 

ไม่ได้รักแบบน้องสาว แต่รักแบบเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะรักผู้หญิงคนนึงได้ 

Ich Liebe Dish

 

 

.
.
.
.
.
.
.
.
.

 

สรุปแล้วเรื่องนี้  ชอบมากกกกกกกกกกกกก

เข้าใจผิด

posted on 20 Aug 2009 12:48 by vitcumlang2

 

 

 

 

จะว่ามันก็เป็นธรรมดาของคนเรา

ที่จะมองเห็นสิ่งใด หรือ คนอื่นๆ คนไหน

สมองก็จะตัดสิน ตามความรู้สึก บวกกับ

ประสบการณ์ที่ผ่านมา ที่เกี่ยวข้อง และใกล้เคียงกับสิ่งที่เห็น

และจากความน่าจะเป็น โดยสามัญสำนึกของคนที่ตีความนั้นไป

จึงทำให้เกิดความแตกต่างกันทั้งในความคิด และทัศนคติ

 

เฮ้อ................................ คนเรา

 

ปวดฟัน

posted on 11 Aug 2009 12:37 by vitcumlang2

 

 

 

ช่วงนี้ เป็นอะไรที่ไม่แน่นอนเอาซะเลย ไม่ว่าจะ....

เรื่องงาน: ก็ได้งานเพิ่มเข้ามามากมายก่ายกอง (จะรอดไม๊เนี่ย?)

เรื่องเงิน: ต้องกราบแทบเท้าคุณแม่ขจีรัตน์ ที่ให้เงินก้อนปลดหนี้

เรื่องการเดินทาง: เดินทางด้วย เจ้านอติลุส ทุกวัน (ช่วงนี้ไม่ค่อยเกเร)

เรื่องสุขภาพ:   นีแหละ ที่แย่ อยู่ๆ ก็ (เพิ่ง) เห็นว่า ฟันกรามซี่ในมันผุ

หมอฟันบอกว่า ถ้าจะเอาไว้ก็ต้องรักษารากฟัน สัก 2 - 3 ครั้ง ก็จะอุดได้

หรือถ้าไม่เอาไว้ ก็ถอนไปเลย แล้วใส่ฟันปลอมเอา

.............................. ฟันปลอม ?................................

 

ไม่เคยคิดว่าในชีวิต ผ่านร้อน ผ่านหนาว มา 18 ปี จะต้องมาใส่ฟันปลอม (เหมือนได้เสียงใครถุยน้ำลาย)

ฟันปลอม ๆ  ๆ  ๆ  ๆ  ในหัว คิดแต่เพียง กรรมที่เราสร้างไว้ กับการแซวป้าที่ทำงาน

ทำไมกรรม ถึงยอมลงทุน ติด Hi Speed Internet 563 เม็ก ไล่ตามมารวดเร็วอย่างนี้

 

กลับไปบ้าน แม่บอก  ถอนไปเหอะ ..........  ไม่ต้องใส่ฟันปลอมหรอก ....... ไม่เป็นไร ให้มันโบ๋วไปแหละ

แต่หมอบอกว่า  ฟันมีสิทธิ์ล้มได้นะแม่!

แม่บอก  หมอเค้าก็อยากได้ตังเราเยอะๆ น่ะแหละ ....................  

จริงของแม่ (สงสัยหมอหลอกเอาตังตูแน่)

 

ท้ายสุด ตอนนั้น ที่ให้หมอดูฟัน  +  กลับไปคุยกะแม่    ก็ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว

ไม่ได้ทำอะไรเลย  ไม่ได้ถอน  ไม่ได้รักษารากฟัน  ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น

ตอนนี้ ปวดหัวครึ่งขวาตลอดเวลา     ไม่มีเวลาไปหาหมอ (คิดว่างั้นนะ) ..........................

ไอ่คราวล่าสุดที่ลาไปหาหมอฟันวันเสาร์   

ตอนบ่ายไปถึงโรงบาล  พยาบาลบอกว่า  - หมอหยุดวันเสาร์ค่ะ ...........................

เอ่อ.................แล้วเมิงจะนัดกรูวันเสาร์ ให้กรูทำหมันรึไงฟระ ?

ภาพที่ส่งเข้าประกวด; 

คำบรรยาย:    ตั้งแต่เกิดมา ตูก็เพิ่งจะเคยเห็นกล้องถ่ายรูปกะเค้าแหงะ 

ชื่อภาพ:        ริมไลท์หูลูกแมว

นางแบบ:       มอมแมม (3เดือน)/ มุ่ยมุ่ย (3เดือน)

ช่างภาพ:       vitcumlang2 (รอนางแบบกว่า 15 นาที) 

หมายเหตุ:      ลูกแมวเป็นอะไรที่ถ่ายยากมั่กๆ  แค่เดินเข้าไปใกล้ ก็เผ่นกันป่าราบ (-''-)

****************************

กว่าจะได้ภาพนี้มา ก็ย่องๆ ซะจนกล้ามขาขึ้นไป 6 ลูกเลยทีเดียว

ลูกแมวขี้กลัว ปอดแหก หวาดระแวง สมองกลับ ติงต๊อง วุ่นวาย (บรรยายไม่หมด)

บางทีก็ขำๆ  บางทีก็มาขัดขา (ปวดหัวกะพวกมันเจงๆ)

****************************

(ภาพแถมอื่นๆ)